บนถนน......คนเหงา
posted on 19 Jun 2008 16:14 by puengmim
,,เราไม่เคยรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตอนไหน อนาคตคงเป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้กระมัง,,
ฝนตกลงมาปรอยๆ เหมือนที่มันตกอยู่ทุกบ่อยในยามใกล้จะค่ำ
"เฮ้ย ! อย่าเพิ่งรีบกลับ ซัก 3 ขวดก่อนดีกว่า"
พี่ชายคนหนึ่งเอ่ยเมื่อเห็นผมเก็บกระเป๋าเตรียมตัวออกจากออฟฟิศ สายฝนทำให้บรรยากาศเนือยช้า คล้ายกับเพลงเศร้าที่เปิดวนซ้ำไปซ้ำมาเป็นร้อยๆ รอบ
บรรดาหนุ่มๆ รวมทั้งผมเดินตามกันออกมาเป็นฝูง ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าและเผลอถอนหายใจออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ชอบอากาศแบบนี้เลยให้ตาย -----ผ้าที่ตากไว้ 3 วันแล้วยังไม่แห้งเลย
เราล้อมวงดื่มกินแอลกอฮอร์รสขมนำที่พาความรื่นรมย์อย่างประหลาดมาให้ บทสนทนามีสาระบ้างไม่มีสาระบ้างแต่ก็ลื่นไหล โดยส่วนใหญ่ก็จะพูดกันในเรื่องของ บริษัท งาน เพื่อนร่วมงาน ประเด็นใหญ่ๆ ก็อยู่ที่เจ้านาย เรื่องใหม่บ้างเรื่องเก่าบ้าง โดยไม่เบื่อหรือจะมีใครแอบเบื่อบ้างผมก็ไม่รู้ แต่ละคนต่างวิพากวิจารณ์ กันไปตามความคิดเห็นของตัวเอง ผมก็ด้วย ,, อย่างน้อยมันก็ช่วยฆ่าเวลารอฝนหยุดตก,,
"นู่นไอ้แนนนี่หว่า แนน.......... แนน ...........แนน... " คนในวงประสานเสียงเรียกผู้หญิงในออฟฟิศคนหนึ่งที่เดินถือร่มผ่านมาหน้าร้านที่พวกเราประจำการ
เธอหันมามองก่อนจะยิ้มและเดินเข้ามาสนทนาด้วย เราขยับขยายเก้าอี้พลาสติกอีกตัวให้เธอนั่ง
"เออ กินด้วยไม่ได้วันนี้ต้องรีบไปดูละคร " เธอลงนั่งพลางว่าพูดยิ้มๆ
"โหมีสาระมาก กินด้วยกันเลย นานๆ กินกันที"
"จริงพี่ นานๆ ได้กินด้วยกันนะ" ผมคะยั้นคะยอรินเจ้าฟองฟูสีเหลืองใส่แก้วส่งให้เธอ เธอรับไปจิบและเริ่มชวนพวกเราคุย วงสนทนาเฮฮามากขึ้นเพราะเสียงหัวเราะใสๆ ของเธอ
"อยู่คนเดียวไม่เหงาเหรอ" พี่ในวงคนนึงเอ่ยถามผู้หญิงตรงหน้า
"ไม่อ่ะ หาอะไรทำกุ๊กกิ๊กๆ ไปเรื่อย ทำกับข้าว เย็บนู่นเย็บนี่ ดูซีรี่ย์เกาหลี ไม่มีเวลาให้เหงาหรอก"
"ไม่เหมือนพี่หว่ะ ไม่ชอบอยู่คนเดียวตอนนี้ มันเหงา"
" 555 พี่มีแฟนอ่ะดิ อยู่สองคนจนชิน คบมากี่ปีล่ะ"
"4 - 5 ปี ได้แล้วมั้ง ถ้าอยู่คนเดียวอย่างแกเหงาตาย"
"สงสัย แต่ฉันไม่ค่อยหว่ะ เพลินๆ ดี ตอนนี้ก็ สบายตัว สบายใจ"
"เออ ไอ้นี่มันก็อยู่คนเดียว ไปอยู่ด้วยกันดิ" คนพูดพยักพเยิดมาทางผม
"ให้พี่ไปอยู่ ด้วยไหม๊ อยู่กับพี่สบายนะ ค่าห้องก็หารกัน" พี่สาวคนนั้นหันมามองก่อนจะพูดแซวติดตลกเรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งวง
.
.
.
"กลับดีกว่า วันนี้พระเอกกำลังจะกลับมาจากเมืองนอกแล้ว ต้องไปดู" เธอเอ่ยลาเมื่อเบียร์หมดไป 2 แก้วก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายไหล่กางร่มเดินผ่านสายฝนออกไป
ผมเบือนหน้าจากภาพแผ่นหลังเธอกลับมาในวง บทสนทนาเริ่มต้นอีกครั้งตามจังหวะเดิม
สี่ทุ่ม เบียร์หมดไป 10 ขวด ทั้งๆ ที่พวกเราตั้งใจจะกินให้ได้ซักโหล เหล่าสมาชิกร่วมอุดมการณ์ เริ่มหายหน้าไปทีละคนเหลือผมและอีก 2 หนุ่ม ที่ทางบ้านให้ Dead line ถึงสี่ทุ่ม เราจึงปิดจ๊อบกันเพียงเท่านี้
ฝนหยุดตกแล้วตอนที่ผมขึ้นรถกลับบ้าน เช่นเคย ผ้าที่ตากยังไม่แห้ง ผมเดินไปเปิดทีวี ละครจบแล้ว ไม่มีอะไรน่าสนใจมากไปกว่าพิธีกรสาวๆ ของรายการยามดึกผมหยิบมือถือโทรไปบอกแฟนสาวที่กำลังจะเข้านอนว่ากลับถึงห้องแล้ว เราคุยกันซักพักเช่นทุกคืน หลังวางสายผมอาบน้ำ นึกถึงความเหงาที่พี่สาวคนนั้นว่า
หากไม่มีแฟนผมก็คงจะเหงา พี่สาวคนนั้น เธอว่าเธอไม่เหงาหรือเธอเหงานิดหน่อยกันนะ ผมทบทวน ลึกๆ ผมเชื่อว่าเธอเหงา แต่มันคงเป็นความเหงาที่พอจะทนได้กระมัง ดวงตาเธอถึงดูเป็นประกายนักยามที่พูดว่า "ต้องกลับบ้านไปดูละคร" เหมือนเธอพูดออกมาว่า ----- มีคนรอกินกับข้าวฝีมือฉันอยู่ อย่างไรอย่างนั้น
เพราะแค่ชื่อตัวละคร ก็ตายได้
เฮ้อ...
ฉ้าน ร้ากกกก เธ้ออออออ
#1 By เบน on 2008-06-19 17:00