ในสายลมหนาว : Pai love ตอน 4

posted on 05 Feb 2008 18:15 by puengmim

ผู้หญิงที่นั่งร้องไห้ในร้านกาแฟ (ต่อ)

 

.

.

.

.

"คนนี้ไม่ไหว.........มั้งเฮีย" ขนาดเมื่อเช้ายังร้องไห้ในร้านกาแฟเลย เกิดคบกับเขาละก็มีหวังได้ร้องไห้น้ำตาท่วมปายแน่ๆ

 

"ทำไมวะ แกกับเขาก็รู้จักกันมาก่อนไม่ใช่รึ ไปอาสาพาเค้าเที่ยวปายไป๊ ที่ปายเนี่ย กินเหล้าอย่างเดียวไม่อุ่นนะเว้ยย"

 

"ก็เพราะรู้จักกันมาก่อนนี่แหละ ถึงต้องถอยออกให้ห่าง" เขาพึมพำตอบ เบาเกินกว่าเฮียอู้ดที่กำลังชงเหล้าจะทันได้ฟัง


+++++


.

.

.

"อยู่ก่อนได้มั้ยต้น พรุ่งนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอ อยู่ด้วยกันก่อนก็ได้นี่"

 

"เรามีงานนอก นัดเค้าไว้แต่เช้าเลย อยู่นี่เดี๋ยวไปไม่ทัน"


"อืมม์...." คนพูดนั่งพยักหน้าหงึกหงักอยู่ที่ปลายเตียง ในลักษณะของคนหัวดื้อที่พยายามว่าเข้าใจเหตุผลของเขาเป็นอย่างดี

เขาเดินเข้าไปกอดหัวดื้อๆ นั่นแนบหน้าอก


"แพรเข้าใจเรานะ ไว้วันหลังค่อยอยู่ด้วยกันนะ" เขาว่าพลางใช้มือบีบแก้มคนตรงหน้าเบาๆ จนปากเล็กๆ ที่ยื่นเพราะเจ้าตัวงอนอยู่แล้วยื่นออกมาอีก

เจ้าตัวสะบัดหัวพยายามพาแก้มออกจากการเกาะกุมของเขา


"ต้นก็รู้ว่าเวลาเราเจอต้น เราก็อยากอยู่กับต้นนานๆ ถ้าวันหลังต้นไม่ว่าง ก็ไม่ต้องเจอกัน โอเคป่ะ"


"โธ่! แพร เราไม่ว่างจริงๆ อย่างอนสินะ น้าาา ..."


.......ตื้ดดดดดด.....ด.ด..ดดดด


"เสียงอะไรอ่ะต้น นาฬิการึเปล่า"


"เสียงโทรศัพท์น่ะ เมื่อกี้เก่งโทรมา เราไม่ได้รับ"


.......ตื้ดดดดดด.....ด.ด..ดดดด               

 


 .......ตื้ดดดดดด.....ด.ด..ดดดด

 


"ทำไมไม่รับล่ะ เค้าโทรมาก็รับๆ ไปเหอะ ยิ่งไม่รับก็ จะยิ่งโทร"


"ขี้เกียจคุย   คุยกับแพรดีกว่า" เขาว่าก่อนจะซุกหน้าลงหอมแก้มนุ่มแรงๆ คนถูกหอมหัวเราะไม่แน่ใจว่าเธอขำประโยคนี้ของเขาหรือจั๊กกะจี้กันแน่


>>>>>>>>>>


เก่งวนรถมารับเขาที่หน้าคอนโดของแพรสาย พอดีกับที่เขาเดินลงมา เขารีบวิ่งไปที่ประตูด้านข้างคนขับก่อนจะเปิดเข้าไปนั่ง

คนขับรถหันมายิ้มให้เขาบางๆ ก่อนจะหันไปตั้งใจขับรถ


"งานเสร็จแล้วเหรอต้น"


"อืมม์ เสร็จแล้ว เสร็จปุ๊บ ก็รีบลงมาเลยเนี่ย คิดถึงเก่ง"


ประโยคนี้ของเขาทำเอาคนขับรถหน้าแดง


"ปากหวานนะต้น" เขาอดไม่ได้ที่จะจุมพิตที่แก้มแดงนั้นเบาๆ


"เฮ้ออออ ชื่นใจ คิดถึงจัง นี่รีบทำงานมาหาเก่งเลยนะเนี่ย"


"วันนี้ไปไหนกันดีเรา"

 

"ต้นจะไปไหนละ พัทยามั้ย เก่งอยากไปทะเล"


"เอาสิ เก่งไปไหนเราไปด้วยทั้งนั้นแหละ เราอยากอยู่กับเก่ง"


หน้าคมหวานหันมายิ้มให้เขาก่อนจะเลี้ยวรถขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าสู่ทะเลตะวันออก


>>>>>>>>>>


"คนชื่อแพรเพื่อนต้นนี่ใครเหรอ เก่งเคยเห็นมั้ย" เขาแทบสำลักน้ำเมื่ออยู่ๆ เก่งก็ถามประโยคนี้ขึ้นมาหลังจากนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินที่ชายหาดพัทยาได้ซักพัก


"ไม่มั้ง ต้นไม่แน่ใจ แพรเค้าเป็นเพื่อนของพี่เบิ้ม พี่ที่บริษัทเก่าต้นน่ะ นี่เค้ามาจ้างต้นทำงานก็เลยได้คุยกัน"


"ทำไมล่ะ เก่งหึงเหรอ น่ารักสู้เก่งไม่ได้หรอก"


"ต้นนี่บ้า เก่งถามเฉยๆ หรอก ปกติไม่เห็นต้นเคยพูดถึง"


"จะพูดถึงทำไมละครับเก่ง เพื่อนร่วมงานกันธรรมดา"

 

.

.

.

.


>>>>>>>>>>

 

ในสายลมหนาว

 

       บ่ายนี้อากาศอุ่นขึ้นฉันกลับจากตลาดนอนเล่น อ่านหนังสือ และหลับไปตอน 11 โมงเช้า ก่อนจะตื่นขึ้นอีกทีตอนบ่ายสามโมง

แดดบ่ายอุ่น ฉันปั่นจักรยานผ่านนาข้าวสีซีดตั้งใจไปหากาแฟร้านพี่เปรียวแก้อาการมึนหลังตื่นนอน ไกลออกไปคือภูเขาที่ค้อมตัวโอบล้อมเมืองนี้ไว้คล้ายชายหนุ่มกำลังโอบกอดหญิงสาวผู้เป็นที่รัก ปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ ข้ามสะพานไม้ที่ทอดตัวผ่านลำน้ำปายสายเล็กๆ ที่ไหลเอื่อยๆ มีนักท่องเที่ยวตั้งท่าถ่ายภาพอยู่บนสะพานประปราย

      เสียงเครื่องยนต์ของรถใหญ่กระหึ่มตามหลังมา ฉันเบียดรถเข้าข้างทาง เจ้ารถใหญ่เบียดแซงขึ้นไปพร้อมกับทิ้งฝุ่นตลบใส่หัวหูคนข้างหลัง ก่อนจะเบรกเอี๊ยดราวถูกกระชากแล้วชะงักนิ่งอยู่อย่างนั้น
ฉันปั่นจักรยานแซงเจ้ารถคันใหญ่ขึ้นไปช้าๆ ตามประสารถเล็ก

 

เออ หนอ! คนเรานึกจะขับก็ขับ นึกจะเบรกก็เบรก

 

"แพรๆ"   เสียงคุ้นหูเรียกไล่หลัง คนขับชะโงกหน้าออกมาส่งเสียงเรียกโหวกเหวก

 

ฉันหันจักรยานกลับมาทันควันเมื่อเห็นหน้าเจ้าของเสียง

 

"อ้าววว พี่เบิ้ม มาได้ไงเนี่ย"

 

พี่เบิ้ม พี่ชายหัวใจหญิงรุ่นพี่ที่ทำงานสมัยอยู่เมืองกรุงของฉัน

 

"มาเที่ยวของฉันบ้างสิยะ" พี่เบิ้มว่าพลางหัวเราะกับท่าทีตื่นเต้นดีใจของฉัน

 

"แกไปไหนเนี่ย เข้าไปในเมืองมั้ย ไปด้วยกัน"

 

"ไปสิพี่ แต่ขอเอารถไปเก็บที่บ้านก่อนได้ป่ะ"


.


.


.


แล้วโลกก็กลมสมคำร่ำลือ
.
.

.

.
.++++++++++

 

"พี่เบิ้มมากับใคร มาคนเดียวเหรอ"

 

"โอ้ยยย พี่มากับเพื่อนที่ทำงานเก่าน่ะ"

 

"อ่อ พวกโปรดักชั่นเฮาท์ "

 

"ใช่ย่ะ แล้วแกมาทำอะไร ถึงได้ลอยมา ลอยไป เหมือนผีไม่มีที่สิงอยู่ที่นี่"

 

"มานอน..............และเที่ยว แฮ่!!" ฉันว่าพลางยกแขนทำท่าผีหลอกพี่เบิ้ม

 

"อุ้ย! ยัยบ้า  แหมม ๆๆๆ รวยนะยะ"

 

"ของมันแน่ อยู่แล้ว"  ฉันลอยหน้าลอยตาตอบ พี่เบิ้มเป็นพี่คนหนึ่งที่ฉันสนิทสนม หยอกเย้าเล่นหัวกันได้

 

"ถึงแล้วๆ พี่นัดเพื่อนไว้ที่นี่ แกมาก็ดีจะได้อยู่เป็นเพื่อนฉัน มีแต่ผู้ชาย ฉันไม่ค่อยสนิทใจ"

 

"อ้าว มีแต่ผู้ชาย พี่ไม่ชอบเหรอ ?" เท่านั้นพี่เบิ้มก็ซัดเพี๊ยะ เข้าที่แขนฉันแล้วจีบปากจีบคอด่าทันที

 

"เกลียดนัก พวกรู้ทันเนี่ย"

.
.
.
.
.

+++++++++

"น้องแพรสายมาเที่ยวคนเดียวเหรอครับ เก่งจัง" ผู้ชายใส่แว่นในกลุ่มเพื่อนพี่เบิ้มถามขึ้นเมื่อรู้ว่าฉันมาเที่ยวคนเดียว

"ค่ะ ไม่หรอกค่ะ ใครๆ เค้าก็ทำกันทั้งนั้น" ฉันพูดพลางชำเลืองมองคนตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆ หนุ่มแว่นคนนี้

เขานั่งเฉยเหมือนไม่รับรู้การมาถึงของฉัน อย่างนี้เองที่เค้าว่าโลกกลม เพื่อนพี่เบิ้มกลุ่มใหญ่มีทั้งชาย - หญิง รวมเอาผู้ชายที่ฉันเกือบฆ่าตายเมื่อเช้าเอาไว้ด้วย

ผู้ชายเอาแต่ใจที่กระแทกภาพลงบนโต๊ะกาแฟ

 

"แพรเค้าชอบทำอะไรคนเดียวครับ ไม่ชอบพึ่งพาใคร" เสียงห้าวเอ่ยขึ้นบอกกล่าวหางเสียงเยาะหยัน

 

"ก็ไม่มีใครดีพอ ให้พึ่งพานี่คะ ทำไงได้ สมัยนี้ผู้ชายดีๆ หายากจะตาย" ฉันว่าพลางยิ้มหวานสบตาคนพูด

 

"ไม่มีใครดีพอ หรือคุณไม่เปิดใจ" เขาสวนกลับมาทันควันไม่หลบตาเช่นกัน

 

หนุ่มแว่นเสชวนพูดเรื่องอากาศและกาแฟ เมื่อสัมผัสได้ว่าบรรยากาศการสนทนาทำท่าจะคุกรุ่น
 
เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ฉันก็ไม่อยากคิดว่าจะเอาชีวิตรอดไปถึงวันสุดท้ายของทริปนี้รึเปล่า

 

"พรุ่งนี้พี่ว่าเราไปกางเต๊นท์นอนที่แม่ยะกันดีมั้ย นางพญาเสือโคร่งคงกำลังบาน" พี่มนตรีหัวหน้าทริปจำเป็นเอ่ยกับพวกเราหลังจากนั่งคุยกันซักพัก

"น้องแพรก็ไปด้วยกันสิคะ ต้นนางพญาเสือโคร่งเคยเห็นมั้ย ที่เค้าเรียกซากุระเมืองไทยน่ะ สีชมพูสวยเชียวล่ะ" พี่หมิวแฟนพี่มนตรีหันมาชวนฉัน

 

ฉันยิ้มแหยหันไปสบตาพี่เบิ้ม  พี่เบิ้มทำไม่รู้ ไม่ชี้ พยักหน้ากับพี่หมิว ก่อนสั่งให้ฉันไปเก็บข้าวของที่บ้านเช่า

+++++

 

การเดินทางมาที่ขุนแม่ยะ ไม่มีอะไรลำบาก เพื่อนกลุ่มนี้ของพี่เบิ้มก็มนุษย์สัมพันธ์ดีกันทุกคน
ยกเว้นก็แต่เขาที่ทำท่าราวกับว่าฉันได้กลายเป็นอากาศธาตุไปเสียแล้ว

ฉันผู้ไม่มีเต๊นท์เป็นของตัวเอง ได้รับอนุญาติให้นอนเต๊นท์เดียวกับพี่เบิ้มที่กำลังจัดแจงเปิดสุราอยู่ในหมู่ผู้ชาย ดูท่าว่าราตรีนี้ของพี่เบิ้มคงยาวนานไปถึงเช้า

หลังกางเต๊นท์ เก็บข้าวของส่วนตัว ฉันยืนปักหลังชมพระอาทิตย์ตกที่หน้าผา

 ไม่ไกลกันช่างกล้องใหญ่ตั้งท่าถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกด้วยอุปกรณ์ครบครัน

 

"เกลียดนัก พวกฟลูออฟชั่น"
 

"อ้าวไหง ว่ากันงั้นล่ะคุณ"

 

ฉันหันมองซ้ายมองขวา

 

"คุยกับใคร"

 

"ก็กับคุณน่ะสิ อยู่ๆ มาด่ากันได้ไง ผมจะทำอะไรก็เรื่องของผมสิ"

 

"ฉันด่าอะไรคุณ บ้าป่าว ฉันพูดของฉันลอยๆ กับลม กับฟ้า  คุณนี่ คิดมาก"
.
.
.
.

 พระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าหยุดการถกเถียงของเราไว้แค่นั้น เขาถ่ายภาพเงียบๆ ในขณะที่ฉันยืนมองพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ จมหายไปเงียบๆ เช่นกัน


ความมืดปกคลุมไปทั่วบริเวณ ฉันก้าวเท้าออกจากจุดนั้นตั้งใจเข้าร่วมวงสรวลเสเฮฮาของพี่เบิ้ม

.

.

"แพร หายไปไหนมา ทำไมไม่โทรหาเราบ้าง" คนที่เมื่อครู่ง่วงอยู่กับการเก็บอุปกรณ์ถ่ายภาพเอ่ยถาม

"ไม่ได้หายไปไหน"

"แล้วทำไมถึงเลิกติดต่อเราไปเลย"

"งานยุ่ง"

 

ฉันตอบคำถามเขาก่อนจะวิ่งปรู๊ดจากมาอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนถามส่ายหน้าอย่างเอือมระอาอยู่เบื้องหลัง


.
.
.
.

คืนนี้ดาวสวยนัก วงสุราที่ครึกครื้นเมื่อหัวค่ำยังคงครื้นเครง เสียงพูดคุยดังสลับเสียงหัวเราะผสานเป็นระยะ
พี่เบิ้มที่เมาได้ที่กำลังวาดลวดลายแม่เสือสาวเมาท์กับพวกหนุ่มๆ

สารพัดเรื่องถูกขุดออกมาคุย ออกมาแซวกันเป็นที่เฮฮา ช่างภาพใหญ่นั่งยิ้มๆ หน้าแดงก่ำอยู่ในวงสนทนา

 

"เฮ้ย ไอ่ต้นคาสโนว่าของเรา ทริปนี้ไหงมาคนเดียวได้วะ"

 

"อ้าว ไอ่เอเล่นกุแล้วมั้ยล่ะ ไหนเมิงบอกทริปนี้เมิงจะไม่เล่นกุ"

 

"เ-ย ไม่เล่นเมิง ให้กุเล่นใคร"

 

"สาดด จำไว้นะเมิง"

 

"คุณแพร รู้ป่าวครับ ไอ่ต้นเนี่ย มันทริปละคนนะครับ ปีก่อนน้องเปิ้ล ปีที่แล้วน้องก้อย 55"

 

"เฮ้ยย ไม่ดิ มีคนนึง เมิงพามา 2 ปี ชื่ออะไรนะที่หน้าคมๆ อ่ะ" นุเพื่อนชายในกลุ่มอีกคนกล่าวขัดเอ ก่อนทั้งคู่จะช่วยรับส่งมุกกันเป็นทอดๆ

 

"เออๆ จริงของไอ้นุ มีคนนึง มา 2 ปี ชื่อไรวะ"

 

"น้องอะไรวะ กุติดอยู่ที่ปาก เมิงช่วยนึกหน่อยดิไอ้นุ"

 

"น้อง ก ไก่ๆ นี่แหละ เก่ง ป่าววะ"

 

"เออๆ น้องเก่ง"

 

"ไปไหนแล้ววะคนนั้น"

 

"เ-ย เมิงเงียบเลยไอ่นุ เด๋วกุให้เหล้าขวดนึง"

 

"ไอ่เ-ย เหล้าขวดเดียว กุมีศักดิ์ศรีนะเว้ย เหล้าแค่ขวดเดียวเนี่ยเมิงคิดเอามาซื้อกุเหรอ"

 

"......................โทดนะเว้ยเอ พี่ต้นคร้าบบบ ผมเป็นพวกเดียวกับพี่นะคร้าบบบ" ว่าแล้วนุก็กุลีกุจอเข้าไปบีบนวดต้นน้ำ

 

 

 

 


ฉันลุกออกจากวงเงียบๆ น้ำค้างลงหนักแล้ว และทั้งๆ ที่อยากจะเข้านอนแต่ดาวบนฟ้าก็สวยเหลือเกิน ยิ่งดึกมากเท่าไหร่จำนวนดาวบนฟ้าก็มากขึ้นเท่านั้น

 


"น้องเก่งของพี่ต้น"

 

อดนึกถึงครั้งแรกที่ได้สนทนากับเธอไม่ได้
.


.


.


.


.


.
+++++


"คุณแพรรึเปล่า เก่งนะ ต้นอยู่ด้วยมั้ย ขอคุยด้วยหน่อยสิ"

 

"ไม่นี่จ๊ะ แพรไม่ได้เจอต้นหลายวันแล้ว คุณเก่งมีอะไรด่วนรึเปล่า"

 

"..............คือ........ ต้นไม่รับโทรศัพท์เก่งเลย 2 วันแล้ว พอโทรไปบ่อยๆ ก็บอกว่ายุ่งๆ วันนี้ก็ปิดเครื่องหนีไปเลย"

 

"คงยุ่งจริงๆ มั้ง อย่าคิดมากเลย  ต้นก็แบบนี้แหละไม่มีอะไรหรอก"

 

"มีคนอื่นแน่ๆ เลยแพร"

 

" วันก่อนเก่งก็เห็นมีผู้หญิงโทรหา แล้วก็แอบไปคุยกัน ปิดเสียงมือถือตอนอยู่กับเก่งด้วย"

 

"อยู่กับใครก็ปิดทั้งนั้นแหละ อยู่กับแพรยังปิดเลย อย่าคิดมากสิ นะ" จำได้ว่าวันนั้นเธอพูดปนขำๆ กับผู้สาวน้อยคนนั้น

.
.
.

++++


ผู้ชายอย่างต้นน้ำไม่เคยขาดผู้หญิง ในชีวิตเขาจะต้องมีผู้หญิงตามต้อยๆ เหมือนลูกหมาตัวเล็กๆ เดินตามเจ้าของ แปลกที่ครั้งนี้เธอเห็นเขามาคนเดียว

 


"แพร นอนแล้วเหรอ "เสียงเรียกคุ้นหูดังมาข้างหลังก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งตามมาถึง

 

"อืมม์ จะนอนแล้ว ตามมาทำไม"

 

"ตามมาส่ง เข้านอน เป็นสาวเป็นแส้เดินคนเดียวอันตราย"

 

"รุ่นนี้อันตราย กับคนอื่นมากกว่ามั้ง"

 

"เถอะน่า แพรนี่ ดื้อ ต้นจะไปส่ง ไม่ต้องทำท่ารังเกียจขนานนั้นก็ได้"

 

ฉันเงียบ ปล่อยให้คนอยากมาส่งเดินตามมาเงียบๆ เช่นกัน เกือบถึงเต๊นท์เขาก็เอ่ยเบาๆ

 

"ฝันดีนะ"

 

ฉันหยุดก้าวและหันไปมองเขาตรงๆ เป็นครั้งแรกตั้งแต่พบกัน ตาสบตา มองลึกลงไปในดวงตาคนตรงหน้าอย่างต้องการจะค้นหาอะไรบางอย่างที่ลึกกว่านั้น ต้นน้ำไม่ได้หลบตา

 

"ต้นพยายามจะทำอะไร"

 

"พยายาม ทำ อะไร ?"

 

"ไม่ต้องมาทำดี กับแพรมากก็ได้"

 

"ทำดีอะไร ผมก็ทำของผมปกติ ดูแลคุณปกติ"

 

"มันเกิดอะไรขึ้นแพร อยู่ๆ แพรก็หายไป พอเราเจอกันก็ทำท่ารังกียจผม"

 

"ออกคำสั่ง  เอาแต่ใจ  ตั้งแต่เรื่องภาพที่แกลลอรี่นั่นแล้ว"

 

"เราไม่อยากเป็นหมา อย่ามายุ่งกับเรา"

 

"หมาอะไร??  คุณทำผมงงนะแพร"

 

"ช่างเถอะ"

.
.
.

 

ต้นน้ำเงียบไป

 

 

 

"แพร 3 ปี มันนานมากเลยนะที่ผมรอคุณ ผมมาปายทุกปี เพราะผมคิดว่าวันนึงผมจะได้เจอคุณ"

เขาพูดออกมาอย่างเฉยชาราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาอย่างที่สุด

 

"มันทรมานนะ ที่ต้องรอคนที่เราเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ อาจจะมา หรืออาจจะไม่มาอีกเลย ตลอดไป"

 

น้ำตาของฉันก็หยดลงมา ภาพตรงหน้าพร่ามัว ไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตา ไม่อยากให้เขาเห็นเลยซักนิด แต่ก็ไม่เคยทำได้เลย

 


"เรื่องเรามันจบไปตั้งนานแล้ว ต้น.........รออะไร"

 


"ก็ รอ แพร"

 

"รอ ทำไม"
.


.

 


.


.


.


ความเงียบเข้าครอบคลุมพื้นที่ระหว่างเราอีกครั้ง เสียงกองไฟประทุและเสียงหริ่งหรีดที่ร้องร่ำ คล้ายตั้งใจจะบาดลงบนหัวใจอ่อนๆ ของคนสองคน ลมหนาวพัดไอเย็นชื้นหนาวเหน็บเข้ามาเป็นระยะ แต่น้ำแข็งในหัวใจกลับตั้งท่าจะละลายเพราะคำพูดเพียงประโยคเดียว

 

"เราจะนอนแล้วต้น"

 

ฉันบอกกับเขาเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่หน้าประตูเต๊นท์

 

"สามปี มันนานมากจริงๆ" ฉันทวนคำที่ต้นน้ำพูด บอกแก่ต้นน้ำอีกครั้ง


.


.


.
.


.


"เราไปตามหาแพรที่คอนโด ที่บริษัท ถามทุกคนที่คิดว่าเค้ารู้ว่าแพรไปไหน แต่ไม่มีใครรู้เลย "

 

"เราไปทุกที่ ที่คิดว่าแพรจะไป สุดท้ายเราก็คิดถึงปาย เราถึงมารอแพรทุกปี"

 

"เรากลัวว่าแพรจะตายไปแล้ว เรากลัวว่าจะต้อง รอ รอ ไปจนแก่"

 

 

ไม่ว่าคนที่ยังอยู่หรือคนที่เลือกเดินจากไปความเจ็บปวดไม่ต่างกันเลย

 

ทั้งฉันและต้นน้ำ สิ่งที่ฉันคิดว่าดีที่สุดสำหรับเราหรือตัวฉันเองในเวลานั้น กลายเป็นเหมือนมีดที่กรีดแผลยาวเหยียดลงบนหัวใจของเราทั้งสองคน


.


.


.
"เรา ก็ กลัว..........ว่าเราจะตายเหมือนกัน"

 

มือของต้นน้ำเอื้อมมาจับหัวไหล่ฉันเบาๆ ก่อนจะกระชากเข้าไปกอด นาทีนั้นไม่มีใครพูดอะไร 1095 คืนที่ผ่านมาบางคืนร้อน บางคืนหนาว ไม่มีคืนไหนที่จะอุ่นเท่าคืนนี้


ฉันผลักตัวต้นน้ำออกสุดแขน เขาเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวมองมาด้วยสายตาไม่เข้าใจ แล้วอารมณ์ที่สะกดกั้นไว้ก็ขาดสะบั้นฉันเข่าอ่อนทรุดตัวลงนั่งก้มหน้าร้องไห้

 

"ร้องไห้เหมือนเด็กๆ อีกแล้ว" เหมือนทุกครั้งที่เขาจะเข้ามาขยี้ผม ลูบหลังไหล่ปลอบใจ

 

"กลับไปเหอะต้น พอแล้ว ทุกอย่างเลย" ฉันผลักต้นน้ำจนเซไปอีกครั้ง

 

"แพร ....................."

 

"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว สามปีมันนานพอแล้ว เรามีความสุขกับชีวิตตอนนี้ เราว่าต้นก็น่าจะมีความสุขนะ ชีวิตที่เราไม่มีเรา มันก็ดีไม่ใช่เหรอ"

 

"สามปีเราไม่เคยรอต้นเลยซักวัน แล้วต้นจะมาเสียเวลารอเราทำไม"

 

 

"กลับไปต้นน้ำ ไปที่ของคุณ ใช้ชีวิตของคุณ แล้วก็ลืมซะ ทิ้งอดีตเอาไว้ที่นี่"

++++++++++

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อยากให้นายต้นน้ำในเรื่องนี้ ดื่มวีต้าพรุนแล้วไปตายซะ จริงๆเลยค่ะ

#1 By VAR on 2008-02-05 18:58

surprised smile

ผมสารภาพว่า ยัง อ่านไม่จบ ,,
แต่จะกลับมาอ่านให้จบนะครับ ,,

#2 By indy : ★ heineken on 2008-02-06 06:51