ภาพในความทรงจำ Pai love ตอน 2

posted on 15 Jan 2008 11:53 by puengmim

นานมาแล้วผึ้งเคยบอกว่าจะเขียน ซีรี่ย์เรื่อง Pai Love กระทั่งเวลาผ่านไป 1 ปี

วันก่อนเขียนมาได้ตอนเดียว คือ ไม่ใช่แค่ คน หมา และ กาแฟ สองสามวันนี้เลยเร่งเขียนมาได้เพิ่มอีกตอน ดังนี้ค่ะ

 

ภาพในความทรงจำ

 

ปาย ยามค่ำพลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่ออกมาเดินเล่น ถนนสำหรับรถรากลายร่างเป็นลานเจรจาซื้อขาย แสงไฟสะท้อนสีสันจากข้าวของพื้นเมืองและเสื้อผ้าของพ่อค้าแม่ค้าชาวเขา

ร้านโปสการ์ดและเสื้อยืดสกรีนยังคงเป็นแหล่งรวมตัวของผู้คนเช่นเดียวกับทุกคืนในเทศกาลท่องเที่ยว

      ค่ำนี้ ปายยังไม่หลับ เช่นเดียวกับฉันที่เดินดูภาพทิวทัศน์และภาพผู้คนที่แสดงในแกลอรี่โล่งๆ ตรงกันข้ามกับร้านขายโปสการ์ด หยุดพินิจบางภาพที่สะดุดความรู้สึก

      กระทั่งสะดุดจนแทบหัวคะมำกับภาพเสี้ยวหน้าของหญิงหนึ่งที่นั่งริมฟุตบาทกลางแดดเช้า ภาพเต็มตัวที่เห็นเพียงใบหน้าด้านข้าง สันจมูก และริมฝีปากที่พ้นหมวกออกมา

ไม่อยากคิดก็ต้องคิด  ใครบางคนยังวนเวียนอยู่ที่นี่


.


.


.


.

เจ้าของแกลลอรี่เหลือบตาขึ้นมองเมื่อฉันถามถึงคนถ่ายภาพนั้น

 

"อ่อ เมื่อเช้าผมเจออยู่นะครับ แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่ามันไปไหนแล้ว"

 

"................"

 

" คุณอยากเจอเหรอครับ.....ซัก 2 - 3 ทุ่มมันน่าจะมานะ เดี๋ยวผมบอกมันให้เอามั้ยครับ"

 

เจ้าของแกลลอรีเอ่ยอย่างมีน้ำใจเมื่อเห็นฉันยังยืนนิ่งอยู่

 


"เอ่อ...........ไม่เป็นไรค่ะ"

 

 ฉันพึมพำก่อนจะเดินจากแกลอรี่มาอย่างเฉื่อยชา

 

 สีสันของแสงไฟและสินค้าที่สดใสเมื่อครู่หม่นลงทันตา...............เพราะเริ่มมืดมากแล้วหรือเพราะอะไร

 

เสียงดนตรีเร้กเก้ดังออกจากร้านเหล้าริมถนน  ค่ำนี้ คงหลับตาโดยปราศจากสุราไม่ได้ 


ขณะกำลังลังเลว่าจะเข้าผับเร้กเก้หรือร้านเหล้าปั่นฝั่งตรงข้าม ใครบางคนก็เดินเบียดแซงเข้าร้านเร้กเก้ไปต่อหน้าต่อตา

 

"ขอโทษครับ......................................................อ้าวว" 

 

คนแซงคงรู้ตัวว่าทำให้ฉันเซไปจึงหันมาเอ่ยคำขอโทษ ก่อนจะนิ่งอึ้งไป

 

"หวัดดี........" ฉันเอ่ยออกมาเบาแสนเบาพยายามทำสีหน้าให้สดชื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

"โอ้ยยย โชคดีจังเลยแพร มาเที่ยวเหรอ ดีจัง มากะใครอ่ะ นั่งโต๊ะเราสิ นั่งด้วยกัน" คนตรงหน้าพูดออกมายืดยาว สีหน้าดีใจไม่ปิดบัง พลางคะยั้นคะยอให้เข้าไปนั่งร่วมโต๊ะ

 

"เอ้อ...........มาคนเดียว  ไม่ดีกว่าจะไปกินเหล้าปั่น ร้านนู่น...."

 

"ทำไมล่ะ กินคนเดียวไม่สนุกหรอก มานั่งกับเราดีกว่าเพื่อนเพียบเลย"

 

"ไม่อ่ะจ่ะ ขอบคุณนะ เดี๋ยวเราไปแล้ว"

 

ยังเพื่อนเยอะ ชอบปาร์ตี้ รวมถึงไม่แยแสกับเรื่องเก่าๆ เหมือนเดิม  ฉันอดที่จะค่อนขอดในใจขณะหันหลังเดินหนี

 

"แพร .........ไม่ได้รีบใช่ไหม?  มานั่งด้วยกันก่อนเถอะ  มีเรื่องคุยด้วยเยอะเลย"

 

เอาล่ะสิ  T^T มามุกนี้ ถึงอยากเดินหนีก็คงทำไม่ได้

 

"มาสิ กินด้วยกัน" แล้วคนพูดก็เดินมาจับข้อมือฉันลากเข้าไปในร้านเร้กเก้


.


.


.


.
สุนทรภู่ กล่าวไว้ว่า

"ไม่เมาเหล้า แต่เรายังเมารัก"

.
.
.
++++++


ดึกนี้บางร้านในเมืองปายยังเปิดอยู่และทำท่าว่าจะเปิดต่อไปจนรุ่งสาง ฉันกระชับเสื้อกันหนาวให้แน่นเข้าอีกนิดพลางยกมือกอดอก  ดึกๆ อย่างนี้อากาศหนาวนัก คนอาสาเดินมาส่งยังสาวเท้านำหน้าไปเรื่อยๆ

"ต้น รูปเราที่แกลอรี ขอซื้อได้มั้ย"

 

"แพรชอบเหรอ เดี๋ยวเราอัดให้"  ยังพูดจาใจดีเหมือนเดิม

 

"ไม่ต้องลำบากหรอก เราขอซื้อรูปนี้แล้วกัน"

 

"ทำไม? เอารูปนี้มาโชว์ล่ะ"

 

"แสงมันสวยดี   ไม่ต้องซื้อหรอก อยากได้เรายกให้"

 

"เอามาเลยได้มั้ย เราไม่อยากให้ติดโชว์"

 

"ทำไม? "

 

"เราอาย ไม่อยากให้ใครเห็น"

 

เขาหยุดเดินทันทีและหันหน้ามามองฉันอย่างจริงจัง

 

" คุณโกหกอีกแล้วนะแพร"

 

" ไม่ได้โกหก เราอายจริงๆ" ฉันพูดเสมองไปที่พื้นแทนการสบตาคนตรงหน้า

 

"อายอะไร มันเห็นหน้าคุณแค่เสี้ยวเดียว แล้วรูปนี้แสงมันก็สวยออกจะตาย"


.

.

.

.


".........................................................ขอได้มั้ยต้น"

 

"คุณไม่มีเหตุผล" เขาพูดอย่างอ่อนใจ

.

.

.

"จะคิดแบบนั้นก็ได้"


"คุณก็แบบนี้ มันจะอะไรกันหนักหนาแพร แค่รูป รูปเดียว" เขากระชากเสียง

 

"ถ้าแค่รูปๆ เดียว ต้นก็เอามาให้เราสิ " ฉันก็กระชากเสียงกลับไปทันทีเช่นกัน

 

"คุณเมาแล้วแพร วันหลังค่อยคุยได้มั้ย"

 

"เราไม่เมาต้น วันนี้ เราไม่ได้เมา เราอยากได้รูปนั้นจริงๆ ต้นจะเอาเท่าไหร่ บอกเราสิ เราขอซื้อไง"

 

"ไม่ขายแพร  ถ้าอยากได้ เราจะอัดให้ใหม่" เขาย้ำช้าๆ แต่ทว่าชัดเจน

 

"สรุปจะไม่เอาออกจากแกลอรีนั่นใช่มั้ย"

 

"ช่ายยยยยยยย"

 

"ขอบใจ!" ฉันกระแทกเสียงประชด ก่อนจะเดินเข้าที่พักปิดประตูใส่หน้าเขาที่เดินมาส่ง

.


.


.
+++++++++++

"ผมขายให้ไม่ได้จริงๆ ครับ ถ้าคุณอยากได้ ก็ต้องคุยกับเจ้าของเค้าเอาเอง เหมือนที่ผมบอกนั่นแหละ"


เจ้าของแกลอรีปฏิเสธคำรบเร้าของฉันเป็นครั้งที่ห้าในรอบเช้านี้

"คุณคุยกับเค้าให้ได้มั้ยคะ ฉันจ่ายค่านายหน้าให้คุณด้วยก็ได้"

 

"คุณครับ ผมเปิดร้านแกลอรีเพราะผมรักนะครับ ไม่ใช่เพื่อธุรกิจเหมือนขายที่ดิน"

 

" ...................................."

 

" ฉันคุยกับเค้าแล้ว  เค้าไม่ยอมขาย คุณช่วยคุยหน่อยไม่ได้เหรอ ฉันอยากได้รูปนั้นจริงๆ" เสียงอ่อนตั้งท่าอ้อนเต็มที่

 

"งั้นก็ต้องตามที่มันบอกล่ะครับ  เจ้าต้นลองได้ตัดสินใจแล้ว คำไหน คำนั้นครับ"

 

"...................."

.


.


ให้มันได้อย่างนี้สิ !!!!!

 

ฉันเดินโผลเผลออกจากแกลอรีไปยังร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามเพื่อปรับกลยุทธ์ใหม่ การตัดสินใจของคนหนึ่งคนมักจะมีอิทธิพลต่อคนอื่นเสมอ เช่น การตัดสินใจของนายต้นน้ำผู้ชายที่ฉันเคยรู้จักคนนี้ เคยรู้จัก ใช่ แค่เคยรู้จัก

 

"จ้องมันเข้าไป แก้วกาแฟน่ะ จะเสกให้มันเป็นกระต่ายรึไง" เสียงกวนๆ ดังแทรกเข้ามาทำลายภวังค์
คนตัวโตยืนยิ้มเผล่ อยู่ข้างโต๊ะ

 

"นั่งด้วยสิ ได้มั้ย"

 

"......................"

 

"เฮียอู้ดบอกว่าคุณมาขอซื้อรูปแต่เช้า"

 

"บอกได้มั้ยทำไมถึงอยากได้ เอาเหตุผลจริงๆ ของคุณนะ บางทีผมอาจจะเดินไปปลดลงมาให้คุณตอนนี้เลยก็ได้"

 

"............................"

 

 


"............................"

 

 


"............................"

 

 

"แพร..........................." 

คนพูดลากเสียงยาวอย่างอ่อนใจเมื่อเห็นฉันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ และ ไม่ตอบ

 

 

"...................................เราอยากได้  ไม่มีเหตุผล  อยากได้ตอนนี้  และจะเอาตอนนี้  และต้องรูปที่ร้านนี้ด้วย"

 

ฉันค่อยพูดทีละประโยค ช้าและชัด เจตนาย้ำคนฟังให้กระจ่างจะได้ไม่ต้องอธิบายเพิ่มอีก

 

"โอเค! เดี๋ยวเราเดินไปเอาลงมาให้"

 

ก็เท่านี้ ฉันคิดในใจ ก่อนจะส่งยิ้มอย่างผู้ชนะให้ต้นน้ำ

 

"แต่เราก็จะไปอัดรูปนี้ แล้วเอามาโชว์ที่นี่ใหม่" รอยยิ้มอย่างลิงโลดของฉันหุบลงทันที

 

"ไม่! อย่าโชว์ด้วย ได้มั้ย เราไม่อยากให้โชว์"

 

" พอแล้วแพร............กับความไม่มีเหตุผล และเอาแต่ใจของคุณ นานที่เราไม่ได้เจอกัน ผมดีใจมากรู้มั้ยที่เจอคุณอีกที่นี่ ผมตั้งใจว่าจะทำดีๆ กับคุณเพราะอย่างน้อยระหว่างเราผมก็อยากให้เหลือความรู้สึกดีๆ บ้าง พอรู้คุณอยากได้รูปนั้นผมก็ตั้งใจจะให้ .........แต่คุณก็ยังเป็นคนเดิมแพร  เอาแต่ใจ  ไม่มีเหตุผลเหมือนเดิม"

.

.

.

.

 

".....................ใช่เรายังเป็นคนเดิม"

 

"เพราะงั้น เข้าใจใช่มั้ย? ว่าต้นควรจะทำอะไรให้เรารู้สึกดี  ถ้าไอ้ความรู้สึกดีๆ ที่ต้นว่ามันยังเหลืออยู่ซักนิดละก็
เอาภาพนั้นมาให้เรา แล้วไม่ต้องเอามาแสดงที่นี่หรือที่ไหนอีก  ถ้าต้นทำได้    แค่นี้..................เราจะรู้สึกดีมาก"

ฉันพูดยืดยาว ด้วยน้ำเสียงเย็นชาเจตนาให้ทุกคำพูดเสียดย้ำลงบนหัวใจคนตรงหน้า


ต้นน้ำยืนมองหน้าฉันด้วยสายตานิ่งเฉยและปวดร้าว ราวกับว่าฉันได้ตอกตะปูตัวโตลงหัวใจเขาอีกหนึ่งดอก

ก่อนจะผลุนผันข้ามถนนไปยังแกลอรีฝั่งตรงข้าม

ฉันนั่งมองเขาผ่านม่านน้ำตาที่รื้นขึ้นจนภาพตรงหน้าพร่าเบลอ

 

ต้นน้ำเข้าไปกระชากภาพลงมาจากจุดที่แสดง ตะโกนบอกบางคำกับเฮียอู้ด ก่อนจะเดินกระแทกเท้าข้ามถนนกลับมา

 

ฉันหันหน้าหลบทันทีเงยหน้าไม่ให้น้ำตาที่ทำท่าว่าจะหยด ไหลออกมาให้เขาเห็น เอ่ยคำขอบคุณเบาๆ

เขาวางภาพบนโต๊ะ ก่อนจะเดินจากไป

 

.

.

.

.

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อืม..ว่าไงต่อดีbig smile

#1 By เส้นขอบฟ้า on 2008-01-15 14:05

ได้ภาพ แต่ไม่ชนะใจซะแล้ว

#2 By VAR on 2008-01-15 15:03

รอ

อ่าน


ตอน


ต่อ



ไป



ชอบ



ที่


คุณ



เขียน



big smile

#3 By เบน on 2008-01-15 17:15

surprised smile ,,

แสงสวย ,,

,,

#4 By indy : ★ heineken on 2008-01-15 22:50

ต้องอยู่กับความเหงา

ไม่ให้หงอย อ่ะ

แซว ป้ายประดับบ้านอ่ะ อิอิอิsad smile